← กลับไปที่วารสาร

ทรีตเมนต์

Olaplex กับ Brazilian Blowout เลือกแบบไหนให้ตรงปัญหาผม

Olaplex ซ่อมผมเสียให้แข็งแรงจากภายใน ส่วน Brazilian Blowout ลดผมฟูและจัดทรงง่ายขึ้น เปรียบเทียบให้ชัดว่าผมของคุณควรเลือกแบบไหน หรือทำร่วมกันอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด

ถ้าผมของคุณทั้งแห้ง เสีย และชี้ฟูในเวลาเดียวกัน คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ “ควรทำ Olaplex หรือ Brazilian Blowout ดี?” คำตอบสั้น ๆ คือทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน เพราะมันแก้คนละปัญหา Olaplex คือการ ซ่อมพันธะภายในเส้นผม เพื่อคืนความแข็งแรงและลดผมขาดหลุดร่วง ส่วน Brazilian Blowout คือการ เคลือบและเรียงผิวผม เพื่อลดฟูและจัดทรงให้ง่ายขึ้น ถ้าปัญหาหลักคือผม “เสียและเปราะ” ให้เริ่มที่ Olaplex แต่ถ้าปัญหาคือผม “ฟูและเอาไม่อยู่” Brazilian Blowout จะตอบโจทย์กว่า

Olaplex ทำงานอย่างไร

เส้นผมแข็งแรงได้เพราะมีพันธะภายในที่เรียกว่าพันธะไดซัลไฟด์ (disulfide bond) คอยยึดโครงสร้างเอาไว้ เวลาเราฟอกสี ทำสี ดัด หรือยืด ความร้อนและสารเคมีจะทำให้พันธะเหล่านี้ขาด ผมจึงเปราะ ขาดง่าย ยืดหยุ่นน้อยลง และรู้สึกแห้งกระด้าง

Olaplex เป็นทรีตเมนต์กลุ่ม “bond builder” ที่เข้าไปเชื่อมพันธะที่ขาดกลับเข้าด้วยกันจากภายใน ผลที่ได้คือผมแข็งแรงขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และขาดหลุดร่วงน้อยลง จึงเหมาะมากสำหรับคนที่เพิ่งฟอกหรือทำสีอ่อน ผมที่ผ่านการทำเคมีซ้ำ ๆ หรือผมที่เปราะจนหวีแล้วขาด

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ Olaplex ไม่ใช่น้ำยายืดผมและไม่ได้ลบผมฟูโดยตรง มันคืนสุขภาพและความแข็งแรง แต่ไม่ได้เปลี่ยนให้ผมเหยียดตรงหรือเรียบลื่นทันที ในร้านมืออาชีพมักใช้ร่วมกับระบบดูแลอื่น เช่น Milbon หรือ Schwarzkopf เพื่อบำรุงและปิดงานให้ผมนุ่มลื่นขึ้น

Brazilian Blowout ทำงานอย่างไร

Brazilian Blowout เป็นทรีตเมนต์กลุ่มเคราติน (keratin smoothing) ที่ทำงานคนละชั้นกับ Olaplex คือเน้นที่ ผิวนอกของเส้นผม (cuticle) โดยเคลือบและเรียงเกล็ดผมให้เรียบลง ปิดผนึกด้วยความร้อน ผลลัพธ์คือผมฟูน้อยลง เงางามขึ้น สัมผัสลื่นขึ้น จัดทรงเร็วขึ้น และดูเหยียดตรงกว่าเดิม โดยเฉพาะในวันที่อากาศชื้น

จุดเด่นคือช่วยเรื่องการจัดการผมในชีวิตประจำวันได้จริง เป่าแห้งง่ายขึ้น ใช้เวลากับไดร์น้อยลง เหมาะกับคนผมหนา ผมหยักศก หรือผมที่ชี้ฟูจนเอาไม่อยู่ ผลจะอยู่ได้ประมาณหลายสัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน เป็นแบบกึ่งถาวรที่ค่อย ๆ จางไปตามการสระ ไม่ได้หลุดเป็นเส้นแบ่งชัดเจน

แต่ Brazilian Blowout ไม่ได้ซ่อมความเสียหายภายในเส้นผม ถ้าผมเปราะหรือขาดง่ายอยู่แล้ว การเคลือบผิวจะทำให้ดูดีขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ

เลือกอย่างไรให้ตรงปัญหา

  • ปัญหาคือความเสีย ผมขาด เปราะ หลังฟอกหรือทำสี → เลือก Olaplex ก่อน เพราะต้องคืนความแข็งแรงเป็นอันดับแรก
  • ปัญหาคือผมฟู จัดทรงยาก ชี้ฟูเวลาอากาศชื้น → เลือก Brazilian Blowout เพราะช่วยเรื่องผิวสัมผัสและการจัดการโดยตรง
  • ผมยาว หนา หรือหนักจนจัดทรงลำบาก → Brazilian Blowout ช่วยเรื่องการจัดทรงได้ แต่ควรปรึกษาช่างเรื่องความถี่ที่เหมาะสม

ทำทั้งสองอย่างได้ไหม

ได้ และหลายครั้งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะทั้งคู่เสริมกัน หลักการทั่วไปคือ ซ่อมก่อน แล้วค่อยเรียบ คือใช้ Olaplex เพื่อคืนความแข็งแรงให้ผมพร้อมรับการทำต่อ จากนั้นจึงทำ Brazilian Blowout เพื่อเก็บงานเรื่องฟูและความเงา ลำดับและระยะห่างมีผลต่อผลลัพธ์ ช่างที่ดีจะประเมินสภาพผมจริงก่อนเสมอว่าควรเริ่มตรงไหนและเว้นระยะเท่าไร ที่ FMG เรามีทั้งสองบริการ — ดูราคาได้ที่เมนูบริการและราคา — และมักออกแบบเป็นแผนดูแลต่อเนื่องให้เหมาะกับสภาพผมของแต่ละคน นัดปรึกษาช่างได้ที่ทั้งสองสาขาในกรุงเทพฯ

หลังทำทรีตเมนต์หรือทำสีแล้ว การดูแลต่อที่บ้านสำคัญไม่แพ้กัน — อ่านต่อได้ในวิธีดูแลผมทำสีให้สดใสได้นานขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Olaplex ช่วยให้ผมตรงไหม?
ไม่โดยตรง Olaplex เน้นซ่อมความแข็งแรงภายในเส้นผม ไม่ได้ยืดผมหรือลบผมฟู ถ้าต้องการผมเรียบตรงและจัดทรงง่าย ควรใช้ Brazilian Blowout
Brazilian Blowout อยู่ได้นานแค่ไหน?
ประมาณหลายสัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน เป็นแบบกึ่งถาวรที่ค่อย ๆ จางไปตามการสระ ระยะเวลาขึ้นกับสภาพผมและวิธีดูแลหลังทำ
ทำทั้งสองอย่างในวันเดียวได้ไหม?
บางกรณีทำได้ แต่ส่วนใหญ่แนะนำให้ซ่อมด้วย Olaplex ให้ผมแข็งแรงก่อน แล้วค่อยทำ Brazilian Blowout ช่างจะประเมินระยะห่างที่เหมาะสมให้
ผมฟอกมาหนัก ควรเริ่มอันไหนก่อน?
เริ่มที่ Olaplex เพราะผมฟอกมักเปราะและขาดง่าย ต้องคืนความแข็งแรงก่อน แล้วจึงค่อยพิจารณาเรื่องการลดฟูด้วย Brazilian Blowout ทีหลัง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูเมนูบริการและราคา →